<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาหารไทย เมนูอาหารไทย สูตรอาหาร  อาหารไทย 4 ภาค วิธีทำอาหารไทย &#187; สาระน่ารู้ อาหารไทย</title>
	<atom:link href="http://www.thaicookingmenu.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaicookingmenu.com</link>
	<description>Thai Cooking Menu</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Oct 2015 16:10:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>ผลไม้รสเปรี้ยว ให้ประโยชน์</title>
		<link>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 May 2014 04:54:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[thaicookingmenu]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ผลไม้รสเปรี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มะขาม]]></category>
		<category><![CDATA[มะม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[มะเขือเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเฟือง]]></category>
		<category><![CDATA[สับปะรด]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเบิ้ลเขียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicookingmenu.com/?p=462</guid>
		<description><![CDATA[ผลไม้เปรี้ยวจี๊ด กินแล้วหายง่วงที่โดนใจสาวๆ และใครต่อใคร ไม่ได้แค่รสชาติอย่างเดียว แต่ยังได้ประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพมากมาย มะเฟือง เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดมาเพื่อสำหรับผุ้หญิงจริงๆ เพราะมะเฟืองนอกจากจะดูโรแมนติกแล้ว มะเฟืองยังให้ประโยชน์มากมาย ทั้งสารแอนตี้ออกชิเดนท์สูงช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ทำให้ไม่เป็นฝ้ากระจุดด่างดำ และจะทำให้ผิวหน้าใสชวนมอง < มะขาม เป็นยาแก้โรคบิด แก้ไอ ช่วยในการระบาย ขับลมในลำไส้ หรือถ้ารู้สึกว่ามีเสมหะเหนียวในลำคอ น้ำมะขามสามารถช่วยได้แน่นอน มะม่วง ผลไม้ที่อร่อยและคิดถึงอันดับแรกๆ มะม่วงเป็นผลไม้ที่หาง่ายมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ประโยชน์ของผลไม้ชนิดนี้คือ แก้คลื่นไส้และอาการวิงเวียนหน้ามืดได้ดีทีเดียวและยังบรรเทาอาการท้องอืดและแก้ปวดเมื่อยเวลามีประจำเดือน บำรุงกระเพาะ แถมยังลดไข้ตัวร้อนได้อีกด้วย แอปเปิ้ลเขียว เป็นผลไม้ที่ควรทานมากๆ เป็นประจำ ถ้าหากอยากให้ลำไส้ทำงานได้เป็นปกติ ระบบขับถ่ายดี ลดกรดในกระเพาะอาหาร เพราะแอปเบิ้ลมีวิตามินซีสูงมาก แถมยังช่วยป้องกันหวัดไปในตัว ข้อหลังนี้ผู้ที่ทำงานหนักๆ ที่ต้องลุยงานในทุกสภาพอากาศไม่ควรพลาด ส้ม ผลไม้นางเอก ส้มให้วิตามินเอสูงช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับผู่ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณลดระดับไขมันในเลือด และช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย คนที่ต้องสูดควันพิษจากท่อไอเสียเป็นประจำหรือมีเพื่อนที่สูบบุหรี่ควรทานฝรั่งบ่อยๆ เพราะจะทำให้ขับไล่ต้นเหตุโรคมะเร็งออกไป สับปะรด ผลไม้ชนิดนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าผลไม้อร่อยๆ ก็เป็นแหล่งแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้ดี แถมยังช่วยย่อยเนื้อสัตว์ ทำให้ไส้ไม่ต้องรับภาระหรักเกินไป ลดอาการท้องอืด ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ เวลามีแผลที่ไม่อยากให้เป็นแผลเป็น ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-463 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/26_20131004103213..jpg" alt="26_20131004103213." width="412" height="232" /><span style="color: #0000ff;">ผลไม้เปรี้ยวจี๊ด กินแล้วหายง่วงที่โดนใจสาวๆ และใครต่อใคร ไม่ได้แค่รสชาติอย่างเดียว แต่ยังได้ประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพมากมาย</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-464 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/557000001519301.jpeg" alt="557000001519301" width="400" height="300" /><span style="color: #0000ff;"><strong>มะเฟือง</strong></span> <span style="color: #ff00ff;">เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดมาเพื่อสำหรับผุ้หญิงจริงๆ เพราะมะเฟืองนอกจากจะดูโรแมนติกแล้ว มะเฟืองยังให้ประโยชน์มากมาย ทั้งสารแอนตี้ออกชิเดนท์สูงช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ทำให้ไม่เป็นฝ้ากระจุดด่างดำ และจะทำให้ผิวหน้าใสชวนมอง</span></p>
<p><img class="size-full wp-image-465 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/l6.jpg" alt="l6" width="384" height="336" /><

<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><strong>มะขาม</strong></span> <span style="color: #ff00ff;">เป็นยาแก้โรคบิด แก้ไอ ช่วยในการระบาย ขับลมในลำไส้ หรือถ้ารู้สึกว่ามีเสมหะเหนียวในลำคอ น้ำมะขามสามารถช่วยได้แน่นอน</span></p>
<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-469 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/มหาชนก.jpg" alt="มหาชนก" width="374" height="373" /><span style="color: #0000ff;"><strong>มะม่วง</strong></span> <span style="color: #ff00ff;">ผลไม้ที่อร่อยและคิดถึงอันดับแรกๆ มะม่วงเป็นผลไม้ที่หาง่ายมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ประโยชน์ของผลไม้ชนิดนี้คือ แก้คลื่นไส้และอาการวิงเวียนหน้ามืดได้ดีทีเดียวและยังบรรเทาอาการท้องอืดและแก้ปวดเมื่อยเวลามีประจำเดือน บำรุงกระเพาะ แถมยังลดไข้ตัวร้อนได้อีกด้วย</span></p>
<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-470 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/แอ๊ปเปิ้ล.jpg" alt="แอ๊ปเปิ้ล" width="340" height="252" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><strong>แอปเปิ้ลเขียว</strong></span><span style="color: #ff00ff;"> เป็นผลไม้ที่ควรทานมากๆ เป็นประจำ ถ้าหากอยากให้ลำไส้ทำงานได้เป็นปกติ ระบบขับถ่ายดี ลดกรดในกระเพาะอาหาร เพราะแอปเบิ้ลมีวิตามินซีสูงมาก แถมยังช่วยป้องกันหวัดไปในตัว ข้อหลังนี้ผู้ที่ทำงานหนักๆ ที่ต้องลุยงานในทุกสภาพอากาศไม่ควรพลาด</span></p>
<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-468 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/Image.jpg" alt="Image" width="480" height="325" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><strong>ส้ม</strong></span> <span style="color: #ff00ff;">ผลไม้นางเอก ส้มให้วิตามินเอสูงช่วยบำรุงสายตา เหมาะสำหรับผู่ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์</span></p>
<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-484 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/201404101740514551.jpg" alt="201404101740514551" width="456" height="400" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><strong>ฝรั่ง</strong></span> <span style="color: #ff00ff;">เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณลดระดับไขมันในเลือด และช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย คนที่ต้องสูดควันพิษจากท่อไอเสียเป็นประจำหรือมีเพื่อนที่สูบบุหรี่ควรทานฝรั่งบ่อยๆ เพราะจะทำให้ขับไล่ต้นเหตุโรคมะเร็งออกไป</span></p>
<p style="text-align: left;">
<img class="size-full wp-image-466 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/714103-img-1381811488-1.jpg" alt="714103-img-1381811488-1" width="314" height="400" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><strong>สับปะรด</strong></span><span style="color: #ff00ff;"> ผลไม้ชนิดนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าผลไม้อร่อยๆ ก็เป็นแหล่งแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้ดี แถมยังช่วยย่อยเนื้อสัตว์ ทำให้ไส้ไม่ต้องรับภาระหรักเกินไป ลดอาการท้องอืด ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ เวลามีแผลที่ไม่อยากให้เป็นแผลเป็น อย่าลืมทานมากๆ</span></p>
<p style="text-align: left;"><img class="size-full wp-image-467 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/arti3-1.jpg" alt="arti3-1" width="500" height="333" /><strong><span style="color: #0000ff;">มะเขือเทศ</span></strong> <span style="color: #ff00ff;">ได้ชื่อว่าเป็นผู้ช่วยของสาวๆ ที่อยากผิวสวย มีสรรพคุณในการฟอกเลือดบำรุงอวัยวะภายใน และที่เด็ดสุดคือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากๆ และยังป้องกันมะเร็งได้ดีต่อสุขภาพของเราจริงๆ</span></p>
<p style="text-align: left;">ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วารสารประกันสังคม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการหั่น</title>
		<link>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 May 2014 09:58:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[thaicookingmenu]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ อาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การหั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการหั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการหั่นผัก]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการหั่นหมู]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการหั่นเนื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicookingmenu.com/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[          เทคนิคการหั่นที่ดีจึงเริ่มต้นจากการใช้มีดเป็นอันดับแรก มีดสำหรับการทำครัวที่จริงแล้วมีมากมายหลายชนิด โดยแบ่งตามประเภทของการใช้งาน เช่น มีดปังตอสำหรับสับกระดูก (Cleaver) มีดสำหรับแล่ปลา (Fillet knife) มีดสำหรับเลาะกระดูก (Boning knife) มีดหั่นขนมปัง (Bread knife)           สำหรับผู้เริ่มต้นทำอาหารจึงต้องการมีดแค่ 2 มีดเท่านั้นเอง เล่มแรกก็คือมีดอเนกประสงค์ (Chef knife) ขนาดกำลังพอเหมาะมือ ประมาณ 30 เซนติเมตร สำหรับหั่นเนื้อหั่นผัก สับละเอียด ซอยบาง ทำได้ทุกอย่างครับ และมีดขนาดเล็ก (Paring knife) สำหรับการหั่นของชิ้นเล็ก หรือของที่ต้องการความละเอียด เท่านี้ก็สร้างสรรค์เมนูได้สารพัดแล้วครับ เทคนิคการหั่นแบบง่ายๆ ดังนี้ มือ ขวาถือมีด มือซ้ายเก็บนิ้ว สำหรับผู้ที่ถนัดขวาจะใช้มือขวาถือมีดสำหรับหั่น และมือซ้ายไว้ประคองหรือกดของที่เราต้องการจะหั่น มือซ้ายต้องเก็บนิ้วไว้เสมอนะครับ โดยให้ส่วนที่ข้อนิ้วโค้งชนส่วนของใบมีด วิธีนี้จะลดการบาดที่นิ้วของเราครับ หั่นของที่มีลักษณะโค้งมน เพราะขณะหั่นมีดอาจแฉลบมาบาดมือของเราได้ วิธีก็คือให้หั่นส่วนใดส่วนหนึ่งให้เรียบซะก่อน แล้วนำส่วนนั้นวางราบลงกับเขียงและทำการหั่นต่อไป เท่านี้วัตถุดิบของเราก็จะไม่กลิ้งไปกลิ้งมาเวลาหั่น  การซอยหรือการหั่นละเอียด ให้กดปลายมีดไว้กับเขียง แล้วยกส่วนโคนมีดในการหั่นเท่านั้น โดยใช้มือซ้ายประคองกดที่สันมีดเอาไว้ การหั่นที่ดีต้องเกิดจากการเฉือนและกดของใบมีดลงไปที่เนื้อของวัตถุดิบ ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-443 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/Knife.jpg" alt="Knife" width="500" height="330" /><br />
<span lang="TH" style="text-indent: 36pt;">         <span style="color: #ff00ff;"> เทคนิคการหั่นที่ดีจึงเริ่มต้นจากการใช้มีดเป็นอันดับแรก มีดสำหรับการทำครัวที่จริงแล้วมีมากมายหลายชนิด</span></span><span lang="TH" style="text-indent: 36pt; color: #ff00ff;"> โดยแบ่งตามประเภทของการใช้งาน เช่น</span></p>
<ol>
<li><span lang="TH" style="text-indent: 36pt;">มีดปังตอสำหรับสับกระดูก</span> <span style="text-indent: 36pt;">(Cleaver) </span></li>
<li><span style="text-indent: 36pt;"><span lang="TH">มีดสำหรับแล่ปลา</span> (Fillet knife) </span></li>
<li><span style="text-indent: 36pt;"><span lang="TH">มีดสำหรับเลาะกระดูก</span> (Boning knife) </span></li>
<li><span style="text-indent: 36pt;"><span lang="TH">มีดหั่นขนมปัง (</span>Bread knife)</span></li>
</ol>
<p><span style="text-indent: 36pt;"><span lang="TH">          <span style="color: #0000ff;">สำหรับผู้เริ่มต้นทำอาหารจึงต้องการมีดแค่</span></span><span style="color: #0000ff;"> 2 <span lang="TH">มีดเท่านั้นเอง เล่มแรกก็คือมีดอเนกประสงค์ (</span>Chef knife) <span lang="TH">ขนาดกำลังพอเหมาะมือ ประมาณ</span> 30 <span lang="TH">เซนติเมตร สำหรับหั่นเนื้อหั่นผัก สับละเอียด ซอยบาง ทำได้ทุกอย่างครับ และมีดขนาดเล็ก (</span>Paring knife) <span lang="TH">สำหรับการหั่นของชิ้นเล็ก หรือของที่ต้องการความละเอียด เท่านี้ก็สร้างสรรค์เมนูได้สารพัดแล้วครับ</span></span></span></p>
<p><a href="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/13551429411355142964l.jpg"><img class="size-full wp-image-444 aligncenter" src="http://www.thaicookingmenu.com/wp-content/uploads/2014/05/13551429411355142964l.jpg" alt="13551429411355142964l" width="450" height="268" /></a></p>
<h4><span style="color: #339966;">เทคนิคการหั่นแบบง่ายๆ ดังนี้</span></h4>
<ol>
<li>มือ ขวาถือมีด มือซ้ายเก็บนิ้ว สำหรับผู้ที่ถนัดขวาจะใช้มือขวาถือมีดสำหรับหั่น และมือซ้ายไว้ประคองหรือกดของที่เราต้องการจะหั่น มือซ้ายต้องเก็บนิ้วไว้เสมอนะครับ โดยให้ส่วนที่ข้อนิ้วโค้งชนส่วนของใบมีด วิธีนี้จะลดการบาดที่นิ้วของเราครับ</li>
<li>หั่นของที่มีลักษณะโค้งมน เพราะขณะหั่นมีดอาจแฉลบมาบาดมือของเราได้ วิธีก็คือให้หั่นส่วนใดส่วนหนึ่งให้เรียบซะก่อน แล้วนำส่วนนั้นวางราบลงกับเขียงและทำการหั่นต่อไป เท่านี้วัตถุดิบของเราก็จะไม่กลิ้งไปกลิ้งมาเวลาหั่น</li>
<li> การซอยหรือการหั่นละเอียด ให้กดปลายมีดไว้กับเขียง แล้วยกส่วนโคนมีดในการหั่นเท่านั้น โดยใช้มือซ้ายประคองกดที่สันมีดเอาไว้</li>
<li>การหั่นที่ดีต้องเกิดจากการเฉือนและกดของใบมีดลงไปที่เนื้อของวัตถุดิบ พร้อมๆ กัน จะทำให้หั่นง่ายและรอยหั่นสวย ถ้ากดมีดอย่างเดียวโดยไม่มีการเฉือนจะต้องออกแรงมากและเสียความชุ่มฉ่ำของ วัตถุดิบไป</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff00ff;">ขอขอบคุณข้อมูลจาก: www.knorr.co.th</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaicookingmenu.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
